เขียนต้นฉบับ

ลิขสิทธิ์หนังสือ เขียนยังไงไม่ให้ติดลิขสิทธิ์ ภาพประกอบใช้แบบไหนได้

โดย บก.แบงก์ นักเขียนไส้เปียก · อัปเดต พฤศจิกายน 2569 · อ่าน 7 นาที

ลิขสิทธิ์หนังสือ เขียนยังไงไม่ให้ติดลิขสิทธิ์ ภาพประกอบใช้แบบไหนได้

คำตอบสั้น

หลักง่ายที่สุดของลิขสิทธิ์หนังสือคือ ข้อเท็จจริงและแนวคิดทั่วไปนำมาเล่าใหม่ด้วยภาษาของคุณได้ แต่ห้ามคัดลอกข้อความ โครงเล่ม หรือภาพของคนอื่นมาใช้ ภาพประกอบต้องถ่ายเอง ซื้อสิทธิ์ หรือสร้างใหม่ และควรเขียนจากประสบการณ์ของตัวเองเป็นแกน ส่วนเรื่องข้อกฎหมายเฉพาะกรณีให้ตรวจกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือนักกฎหมาย

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ข้อเท็จจริงใช้ได้ แต่ต้องเล่าใหม่ด้วยภาษาและโครงของคุณ ห้ามลอกทั้งเล่ม
  • ภาพประกอบต้องถ่ายเอง ซื้อสิทธิ์ หรือสร้างใหม่ ห้ามโหลดจากเว็บมาใช้
  • ยกตัวอย่างคนอื่นได้ แต่อย่าจิกกัด และอ้างอิงแหล่งที่มา
  • รูปแบบที่สร้างเองได้ เช่น ขั้นตอน ตาราง การ์ตูน Workshop ทำให้เนื้อหาเป็นของคุณ
  • เรื่องกฎหมายเฉพาะกรณี ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนพิมพ์

ความกลัวข้อหนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยมากจากคนที่อยากเขียนหนังสือคือ "กลัวละเมิดลิขสิทธิ์" ความรู้ที่ผมมีก็เรียนมาจากหนังสือ จากคอร์ส จากคลิป แล้วถ้าเอามาเขียน จะผิดไหม

ผมเข้าใจความกลัวนี้ดี เพราะผมเองก็ไม่ได้เริ่มจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญ หนังสือหลายเล่มของผมเกิดจากการรีเสิร์ช ลงมือ แล้วถ่ายทอด ชุด Writer Selling ปี 2021 ก็มาจากการศึกษา รวบรวม แล้วลองขายเองจนได้ผล ก่อนจะเขียนออกมา ผมจึงต้องรู้ว่าเส้นแบ่งระหว่าง "เรียนรู้แล้วถ่ายทอด" กับ "ลอก" อยู่ตรงไหน

บทความนี้คือหลักปฏิบัติที่ผมใช้ ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย ถ้าเจอกรณีเฉพาะ ให้ตรวจกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือนักกฎหมายก่อนพิมพ์

ลิขสิทธิ์หนังสือคืออะไร ต้องจดทะเบียนก่อนไหม

ลิขสิทธิ์คือสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ในงานที่เขาทำขึ้น ในไทย งานเขียนได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ขึ้น โดยไม่ต้องจดทะเบียนก่อน และโดยทั่วไปคุ้มครองตลอดอายุผู้สร้างสรรค์และต่อไปอีก 50 ปีหลังเสียชีวิต

แปลว่าสองอย่าง หนึ่ง หนังสือที่คุณเขียนเป็นของคุณตั้งแต่วันที่เขียน สอง หนังสือ บทความ และภาพของคนอื่นที่คุณเห็นทุกวันก็มีเจ้าของเหมือนกัน แม้ไม่มีป้ายบอก

รายละเอียดข้อกฎหมาย เช่น ข้อยกเว้นและเงื่อนไขการอ้างอิง อาจมีการแก้ไขตามช่วงเวลา ควรตรวจข้อมูลล่าสุดจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา

อะไรใช้ได้ อะไรห้ามใช้

ข้อเท็จจริงและแนวคิดทั่วไปไม่มีใครเป็นเจ้าของ แต่วิธีที่คนหนึ่งเขียนเล่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นงานของเขา คุณจึงนำความรู้มาเล่าใหม่ได้ แต่ห้ามคัดลอกการแสดงออกของคนอื่น

สิ่งที่ทำ ใช้ได้ไหม หมายเหตุ
ใช้ข้อเท็จจริง ตัวเลขสาธารณะ ได้ เล่าใหม่ด้วยภาษาของคุณ และบอกแหล่งที่มา
เล่าประสบการณ์ของตัวเอง ได้ นี่คือเนื้อหาที่ปลอดภัยและขายได้ที่สุด
ยกตัวอย่างหรือพูดถึงแนวคิดของคนอื่น ได้ อ้างอิงให้ชัด และอย่าจิกกัด
ยกข้อความคนอื่นสั้นๆ ระวัง ใช้เท่าที่จำเป็น ระบุที่มา ตรวจข้อยกเว้นทางกฎหมาย
ลอกทั้งบทหรือโครงเล่มของคนอื่น ห้าม วางโครงเองเสมอ
ใช้ภาพจากอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาต ห้าม แม้จะใส่เครดิตก็ยังไม่พอ
ใช้ชื่อแบรนด์ ช่อง หรือข้อมูลส่วนตัวของคนอื่น หลีกเลี่ยง เสี่ยงทั้งลิขสิทธิ์และความเป็นส่วนตัว

ภาพประกอบหนังสือต้องมาจากไหน

ภาพประกอบต้องมาจาก 3 ทางเท่านั้น ถ่ายเอง ซื้อสิทธิ์ หรือสร้างใหม่ ห้ามบันทึกภาพจากเว็บหรือโซเชียลมาใช้ แม้จะใส่เครดิตแล้วก็ตาม

  1. ถ่ายเอง ภาพหน้าจอจากเครื่องมือที่คุณใช้จริง ภาพหลังบ้านของคุณเอง ภาพสถานที่ที่คุณถ่าย
  2. ซื้อสิทธิ์ ภาพจากคลังภาพที่ให้สิทธิ์เชิงพาณิชย์ ตรวจเงื่อนไขว่าใช้ในหนังสือที่พิมพ์ขายได้
  3. สร้างใหม่ จ้างกราฟิกวาด หรือใช้ AI สร้างภาพ ถ้าใช้ AI ให้ตรวจเงื่อนไขการใช้งานเชิงพาณิชย์ของเครื่องมือนั้น และห้ามสั่งให้เลียนแบบตัวละครหรือผลงานของคนอื่น

ข้อระวังเรื่องภาพหน้าจอ อย่าให้ติดชื่อ รูป หรือข้อมูลส่วนตัวของคนอื่น ถ้าต้องใช้ ให้เบลอหรือขออนุญาตก่อน วิธีสั่ง AI ทำภาพอยู่ในใช้ AI ช่วยเขียนหนังสือ

ยกตัวอย่างคนอื่นในหนังสือได้ไหม

ได้ ถ้าคุณยกเพื่อสอน ไม่ใช่เพื่อโจมตี และให้เครดิตชัดเจน ผมใช้หลักเขียนเหมือนพูดกับคนที่รัก ไม่จิกกัด ไม่ประจาน

ถ้าเป็นกรณีศึกษาที่ไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน ผมแนะนำให้เล่าแบบไม่ระบุชื่อ เช่น "ลูกค้ารายหนึ่ง" หรือ "เจ้าของธุรกิจคนหนึ่ง" ปลอดภัยกว่าทั้งเรื่องลิขสิทธิ์และความเป็นส่วนตัว และไม่ทำให้เนื้อหาเสียไป

ทำยังไงให้เนื้อหาเป็นของเรา ไม่ใช่ของที่เรียนมา

วิธีที่ดีที่สุดคือใช้ประสบการณ์ของคุณเป็นแกน แล้วจัดความรู้ให้อยู่ในรูปแบบที่คุณสร้างเอง ความรู้อาจคล้ายคนอื่น แต่การจัดระบบ ตัวอย่าง และเรื่องจริงเป็นของคุณ

รูปแบบที่สร้างเองได้และช่วยให้เนื้อหาเป็นของคุณ

  1. ขั้นตอน แตกความรู้เป็นลำดับที่คุณทดลองแล้วได้ผล
  2. ตาราง เปรียบเทียบตัวเลือกตามเกณฑ์ที่คุณตั้งเอง
  3. การ์ตูนหรือมีม อธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย วาดใหม่ด้วยตัวละครของคุณ
  4. Workshop แบบฝึก ฟอร์ม และเช็กลิสต์ ให้คนอ่านลงมือ
  5. เรื่องจริง ทั้งที่สำเร็จและที่ล้มเหลว

ผมเคยเห็นเนื้อหา 50 หน้า กลายเป็นหนังสือ 200 หน้าได้ ด้วยการเติมรูปแบบเหล่านี้ เพราะคนอ่านไม่ได้ซื้อข้อมูล เขาซื้อวิธีที่ทำให้ใช้ข้อมูลนั้นได้ วางโครงแบบนี้ได้ด้วยแม่แบบบท 5 ส่วน

กลัวคนอื่นลอกหนังสือของเรา ทำยังไง

ลิขสิทธิ์คุ้มครองหนังสือของคุณตั้งแต่วันที่เขียน แต่สิ่งที่ปกป้องธุรกิจหนังสือได้ดีกว่าคือการตลาด ถ้าคุณขายเป็น กว่าคนอื่นจะลอกได้ คุณก็ไปไกลแล้ว

เก็บหลักฐานการสร้างสรรค์ไว้เสมอ เช่น ไฟล์ต้นฉบับที่มีวันที่ ร่างแรก และไฟล์งานออกแบบ ถ้าวันหนึ่งต้องพิสูจน์ความเป็นเจ้าของ เอกสารเหล่านี้จะช่วยได้

คำถามที่พบบ่อย

สรุปหนังสือของคนอื่นแล้วเอามาขาย ผิดไหม

เสี่ยงมาก การสรุปที่ใช้โครงเรื่อง ลำดับ และเนื้อหาหลักของเล่มต้นฉบับ อาจเข้าข่ายดัดแปลงงานของคนอื่น ถ้าอยากทำแนวนี้ ควรปรึกษานักกฎหมายก่อน หรือเปลี่ยนเป็นการเขียนจากประสบการณ์ของคุณเอง

ใส่เครดิตแล้วใช้ภาพจากเน็ตได้ไหม

ไม่ได้ การใส่เครดิตไม่ได้แปลว่าได้รับอนุญาต ต้องได้รับอนุญาตหรือซื้อสิทธิ์จากเจ้าของก่อน

ภาพที่สร้างด้วย AI ใช้พิมพ์หนังสือขายได้ไหม

ส่วนใหญ่ใช้ได้ ถ้าเครื่องมือนั้นอนุญาตการใช้เชิงพาณิชย์ และภาพไม่ได้เลียนแบบตัวละครหรือผลงานของคนอื่น ให้อ่านเงื่อนไขของเครื่องมือทุกครั้งก่อนพิมพ์

ต้องจดลิขสิทธิ์หนังสือไหม

ไม่จำเป็นต้องจดเพื่อให้ได้รับความคุ้มครอง เพราะคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ แต่การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับหน่วยงานรัฐช่วยเป็นหลักฐานได้ ตรวจขั้นตอนล่าสุดกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ถ้าไม่แน่ใจว่าตรงไหนผิดหรือไม่ผิด ควรทำยังไง

ตัดส่วนนั้นออก หรือเขียนใหม่ด้วยประสบการณ์ของคุณ ถ้าเป็นส่วนสำคัญของเล่ม ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนส่งโรงพิมพ์

ก่อนส่งต้นฉบับ ลองไล่เช็กสามข้อนี้ทุกหน้า ภาพนี้มาจากไหน ข้อความนี้เขียนเองหรือเปล่า และมีชื่อหรือข้อมูลของใครที่ไม่ได้ขออนุญาตไหม ถ้าตอบได้ครบทุกหน้า คุณพร้อมพิมพ์แล้ว

โลกนี้ไม่มีอะไรใหม่ในหนังสือ คุณไม่ต้องใหม่สำหรับโลก แค่ต้องเป็นของคุณ และไม่ลอกใคร

บก.แบงก์ กิตติพจน์ อินทะเสน

เขียนโดย

กิตติพจน์ อินทะเสน (บก.แบงก์)

นักเขียนไส้เปียก ผู้เชี่ยวชาญด้าน Self-publishing 10 ปีในวงการหนังสือ หนังสือขายรวมกว่า 200,000 เล่ม อยู่เบื้องหลังหนังสือหลายร้อยปก

ตัวเลขยอดขายเป็นประสบการณ์ของผู้สอนตามช่วงเวลาที่ระบุ ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์หรือรายได้ของผู้เรียน ผลลัพธ์ขึ้นกับตลาด หัวข้อ และการลงมือของแต่ละคน

อ่านต่อ

ใช้ AI ช่วยเขียนหนังสือได้แค่ไหน สูตรคำสั่ง 3 ส่วน และการใช้ AI ทำภาพประกอบ
เขียนต้นฉบับ

ใช้ AI ช่วยเขียนหนังสือได้แค่ไหน สูตรคำสั่ง 3 ส่วน และการใช้ AI ทำภาพประกอบ

AI ช่วยเขียนหนังสือได้มากในงานคิดไอเดีย ลิสต์หัวข้อ ถอดเทป เรียบเรียง และทำภาพประกอบ แต่ไม่ควรให้ AI เขียนแทนทั้งเล่ม เพราะสิ่งที่ทำให้หนังสือขายได้คื…

อ่าน 7 นาที
วางโครงสร้างหนังสือยังไงให้เขียนจบและขายได้ สารบัญที่ปิดการขายแทนคุณ
เขียนต้นฉบับ

วางโครงสร้างหนังสือยังไงให้เขียนจบและขายได้ สารบัญที่ปิดการขายแทนคุณ

การวางโครงสร้างหนังสือคือการกำหนดก่อนว่าคนอ่านเริ่มที่จุด A และต้องไปถึงจุด B แล้วแบ่งเนื้อหาเป็นพาร์ตและบทที่พาเขาข้ามไปทีละขั้น สำหรับหนังสือ How to…

อ่าน 7 นาที
ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ เขียนหนังสือได้ไหม? 12 ความกลัวของคนอยากเขียนหนังสือ และวิธีปลดล็อก
เริ่มต้น

ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ เขียนหนังสือได้ไหม? 12 ความกลัวของคนอยากเขียนหนังสือ และวิธีปลดล็อก

ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญก็เขียนหนังสือได้ เพราะนักเขียนไม่ใช่นักวิจัย แต่เป็นนักถ่ายทอดประสบการณ์ คุณแค่ต้องเดินนำหน้าคนอ่านไม่กี่ก้าว แล้วใช้วิธีรีเสิร์ช ล…

อ่าน 6 นาที

ดูบทความทั้งหมด 25 บทความ

ปรึกษาหลักสูตร LINE @thebookai