คำตอบสั้น
เขียนหนังสืออะไรดี ให้เริ่มจากจุดที่ประสบการณ์ของคุณทับกับปัญหาที่คนอ่านบ่นอยู่ทุกวัน แล้วถามสามข้อ มีคนจะซื้อไหม มีคนอยากได้ไหม และช่วยใคร หัวข้อที่ดีคือเรื่องที่ตลาดต้องการ อยู่ในกระแสขาขึ้นหรือทรงตัว และพาคนอ่านจาก A ไป B ได้ชัด
สรุปประเด็นสำคัญ
- เขียนในสิ่งที่ตลาดต้องการ ไม่ใช่สิ่งที่อยากเขียน
- หัวข้อที่ดีอยู่ตรงที่ประสบการณ์ของคุณทับกับปัญหาของคนอ่าน
- เลือกเรื่องที่อยู่ในกระแสขาขึ้นหรือทรงตัว ไม่ใช่ขาลง
- ให้ AI ช่วยลิสต์ไอเดียเยอะๆ แต่คนเลือกต้องเป็นคุณ
- ไม่แน่ใจให้ปล่อยให้ตลาดตอบ ด้วยการทดสอบก่อนเขียน
คำถามแรกที่คนอยากเขียนหนังสือถามผมเกือบทุกคน คือ เขียนเรื่องอะไรดี บางคนมีเรื่องในหัวเยอะจนเลือกไม่ได้ บางคนรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรน่าเขียนเลย
ผมเคยตอบคำถามนี้ผิดกับตัวเองมาแล้ว เล่มแรกของผมเป็นหนังสือสัมภาษณ์คนสำเร็จ 8 คน ผมตั้งใจทำมาก เพราะมันขัดเกลาตัวผมเองไปด้วย แต่ผมไม่เคยถามเลยว่าใครจะซื้อ ผลคือขายได้แค่เพื่อน 2–3 คน
หลายปีต่อมา ผมเลือกหัวข้อด้วยวิธีตรงข้าม คือดูว่าคนกำลังเดือดร้อนเรื่องอะไร แล้วค่อยถามตัวเองว่าผมช่วยตรงไหนได้ หนังสือที่เลือกหัวข้อแบบนี้คือเล่มที่ขายได้จริง
เขียนหนังสืออะไรดีให้มีคนซื้อ
ให้เขียนสิ่งที่ตลาดต้องการ ไม่ใช่สิ่งที่อยากเขียน ของดีไม่เท่ากับของที่ตลาดต้องการ หนังสือที่ขายได้คือทางด่วนที่พาคนจาก A ไป B และป้ายต้องบอกปลายทางชัด
ก่อนเลือกหัวข้อ ผมถามตัวเองสามข้อเสมอ
- มีคนจะซื้อไหม มีคนจ่ายเงินแก้ปัญหานี้อยู่แล้วหรือเปล่า
- มีคนอยากได้ไหม ปัญหานี้คนพูดถึงบ่อยแค่ไหน
- ช่วยใคร ระบุได้ไหมว่าคนอ่านคือใคร อายุเท่าไหร่ ติดอยู่ตรงไหน
ถ้าตอบข้อไหนไม่ได้ อย่าเพิ่งเขียน กลับไปหาข้อมูลก่อน
หัวข้อหนังสือที่ดีมาจากไหน
หัวข้อที่ดีมาจากจุดที่ประสบการณ์ของคุณทับกับปัญหาที่คนอ่านบ่นทุกวัน ผมเรียกว่าวัตถุดิบก่อนเขียน
ฝั่งแรกคือ Input ที่ตกผลึกแล้ว เรื่องที่คุณทำเป็น เคยผ่านมา หรือเคยล้มมาแล้ว ฝั่งที่สองคือเสียงของคนอ่าน คำถามที่คนถามคุณซ้ำๆ คอมเมนต์ที่คนบ่นในกลุ่ม Facebook หรือใต้คลิป TikTok
ตรงกลางระหว่างสองฝั่งนี้คือหัวข้อของคุณ ลองทำแบบนี้
- ลิสต์ประสบการณ์ที่เคยช่วยคนอื่นได้ 10 เรื่อง
- วงเรื่องที่คนถามคุณบ่อยที่สุด 3 เรื่อง
- ไปค้นคำเหล่านั้นใน TikTok และ Facebook ดูว่ามีคนพูดถึงเยอะไหม
- เลือกเรื่องที่คนพูดถึงเยอะ แต่ยังมีคนสอนน้อย
เรื่องที่เคยล้มคือวัตถุดิบที่ดีที่สุด เพราะไม่มีใครลอกได้ และคนอ่านอยากรู้ที่สุด
หนังสือแนวไหนขายดีตอนนี้
หนังสือที่ขายดีมักอยู่ในเรื่องที่เป็นกระแสขาขึ้นหรือทรงตัว ไม่ใช่ขาลง ผมเคยทำหนังสือเทรดคริปโตออกช่วงตลาดขาลง ผลคือไม่ปัง ทั้งที่เนื้อหาไม่ได้แย่
อีกเรื่องที่ผมสังเกตคือ ข้อมูลหาฟรีได้ทุกที่ แต่ทางลัดที่สร้างมาเพื่อเขา เขายอมจ่าย สิ่งที่คนจ่ายคือเวลาที่ไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง หัวข้อที่ขายได้จึงมักมีสามอย่าง คือ ปลายทางชัด อ่านจบไว และอ่านแล้วทำตามได้ทันที
มือใหม่คือตลาดที่ใหญ่ที่สุด คำอย่าง พื้นฐาน มือใหม่ ด้วยมือถือ ช่วยให้หัวข้อเข้าถึงคนได้กว้างขึ้น โดยไม่ต้องเขียนเพื่อทุกคน
| เกณฑ์ | หัวข้อที่น่าเขียน | หัวข้อที่ควรระวัง |
|---|---|---|
| กระแส | ขาขึ้นหรือทรงตัว | ขาลง |
| คนอ่าน | ระบุกลุ่มชัด | เขียนเพื่อทุกคน |
| คู่แข่ง | คนเยอะ คนสอนน้อย | คนสอนเยอะมาก หรือไม่มีคนสนใจเลย |
| ปลายทาง | บอกได้ว่าอ่านจบได้อะไร | อ่านจบแล้วไม่รู้จะทำอะไรต่อ |
ใช้ AI ช่วยหาไอเดียหนังสือได้ไหม
ใช้ได้ และช่วยได้มาก แต่ AI ให้ไอเดีย ส่วน Insight ต้องมาจากประสบการณ์ของคุณ
วิธีที่ผมใช้คือ ตีกรอบให้แคบก่อน แล้วให้ AI แตกชื่อหนังสือทีละ 10 ชื่อ จนครบ 100 ชื่อ จากนั้นผมเลือกเอง คำสั่งที่ดีมีสามส่วน ใครตอบ เช่น ให้ AI สมมติเป็นบรรณาธิการหนังสือขายดี ถามถึงใคร เช่น แม่ค้าออนไลน์มือใหม่ และอยากได้อะไร เช่น ชื่อหนังสือ 10 ชื่อที่แก้ปัญหาปิดการขายไม่ได้
ให้ AI คิดร้อย คุณเลือกสิบ แล้วค่อยเอาสิบชื่อนั้นไปทดสอบกับตลาดจริง ดูวิธีละเอียดได้ที่ ใช้ AI ช่วยเขียนหนังสือ
ถ้ามีหลายหัวข้อ เลือกเรื่องไหนก่อน
เลือกเรื่องที่ตลาดตอบรับก่อน ไม่ใช่เรื่องที่คุณชอบที่สุด ถ้าไม่แน่ใจ ให้ปล่อยให้ตลาดเป็นคนบอก
ปี 2019 ผมทำแค่ปกกับม็อกอัปของหนังสือสอนเขียนอีบุ๊ก แล้วยิงแอด 300 บาท วันแรกมีคนทักประมาณ 10 คน โอนจริง 3 คนขึ้นไป นั่นคือคำตอบว่าหัวข้อนี้มีคนอยากได้ ก่อนที่ผมจะเขียนสักบรรทัด
ถ้าหัวข้อไหนเงียบ ก็แค่เปลี่ยนหัวข้อ ไม่ได้เสียเงินพิมพ์ ดูขั้นตอนเต็มได้ที่ ทดสอบตลาดก่อนพิมพ์ และถ้าหัวข้อคุณอยู่ในตลาดที่แข่งดุ ลองอ่าน หาช่องว่างตลาดหนังสือ
คำถามที่พบบ่อย
ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไรเลย ควรเริ่มตรงไหน
เริ่มจากลิสต์ประสบการณ์ที่เคยช่วยคนอื่นได้ 10 เรื่อง แล้วเลือกเรื่องที่คนถามคุณบ่อยที่สุด เรื่องที่คนถามซ้ำคือเรื่องที่มีความต้องการอยู่แล้ว
ควรเขียนเรื่องที่ชอบหรือเรื่องที่ขายได้
ถ้าเป้าหมายคือขาย ให้เลือกเรื่องที่ตลาดต้องการก่อน แล้วหาจุดที่คุณชอบหรือถนัดในเรื่องนั้น ถ้าเขียนแต่สิ่งที่อยากเขียน มีโอกาสสูงที่จะขายไม่ได้
หัวข้อที่มีคนเขียนเยอะแล้วยังเขียนได้ไหม
ได้ ช่องว่างมักอยู่ในตลาดที่คนเยอะแต่คนสอนน้อย ให้เจาะกลุ่มคนอ่านให้แคบลง หรือหาความต้องการข้างเคียงของลูกค้ากลุ่มเดิม
จะรู้ได้ยังไงว่าหัวข้อนี้มีคนซื้อ
ทดสอบด้วยปกและม็อกอัป แล้วดูว่ามีคนทักถามหรือโอนจองไหม ถ้าเงียบ ให้เปลี่ยนหัวข้อหรือมุมขายก่อนลงทุนพิมพ์
หนังสือเล่มเดียวทำหลายเล่มได้ไหม
ได้ หนังสือเล่มเดียว เปลี่ยนตัวอย่างให้ตรงอาชีพ ก็กลายเป็นหลายเล่มได้ แต่ควรให้เล่มแรกพิสูจน์ตลาดก่อน
วันนี้ลองเปิดโน้ตในมือถือ เขียนคำถามที่คนถามคุณบ่อยที่สุด 3 ข้อ นั่นคือหัวข้อที่น่าทดสอบที่สุดของคุณ
จำไว้ว่า ไม่ต้องใหม่สำหรับโลก แค่ต้องเป็นของคุณ และต้องมีคนอยากได้
ตัวเลขยอดขายเป็นประสบการณ์ของผู้สอนตามช่วงเวลาที่ระบุ ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์หรือรายได้ของผู้เรียน ผลลัพธ์ขึ้นกับตลาด หัวข้อ และการลงมือของแต่ละคน




