คำตอบสั้น
ทำหนังสือขายเอง หรือ Self-Publishing คือการที่นักเขียนเป็นเจ้าของหนังสือเองทั้งเล่ม ตั้งแต่เลือกเรื่อง เขียน ผลิต ตั้งราคา ไปจนถึงขายผ่านช่องทางของตัวเอง เช่น Facebook TikTok หรือ LINE OA โดยไม่ต้องรอสำนักพิมพ์ ได้ส่วนแบ่งมากกว่า เงินเข้าเร็วกว่า แต่ต้องคิดเรื่องตลาดและการขายเองตั้งแต่ก่อนเขียน
สรุปประเด็นสำคัญ
- Self-Publishing คือเป็นเจ้าของหนังสือเองทั้งเล่ม ได้ส่วนแบ่งมากกว่าการส่งสำนักพิมพ์ แต่ต้องขายเอง
- เริ่มจากตลาด ไม่ใช่เริ่มจากสิ่งที่อยากเขียน
- ทดสอบตลาดด้วยปกและม็อกอัปก่อนเขียนจริง ความเสี่ยงต่ำที่สุด
- ตีต้นทุนทุกช่องก่อนตั้งราคา เพราะยอดขายไม่เท่ากับกำไร
- เลือกช่องทางขายหลักช่องเดียวก่อน แล้ววางระบบให้หนังสือขายแทนคุณ
หลายคนอยากมีหนังสือเป็นของตัวเองมานานแล้ว มีความรู้เต็มหัว แต่ติดอยู่ที่คำถามเดิมๆ จะเขียนเรื่องอะไร จะพิมพ์ที่ไหน ถ้าพิมพ์มาแล้วขายไม่ได้จะทำยังไง
ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ดี เพราะหนังสือเล่มแรกของผมเจ๊ง ตอนนั้นผมอายุประมาณ 18–19 ปี เรียนปี 2 ทำหนังสือร่วมกับพาร์ทเนอร์ พิมพ์ประมาณ 200 เล่ม ต้นทุนตกเล่มละประมาณ 250 บาท แต่ผมตั้งราคา 220 บาท แปลว่าขายหมดก็ยังขาดทุน สุดท้ายขายได้แค่เพื่อน 2–3 คน ที่เหลือโดนน้ำท่วมต้องทิ้งไปเยอะ
วันนี้หนังสือของผมขายรวมทุกช่องทางกว่า 200,000 เล่ม และอยู่เบื้องหลังหนังสือให้คนอื่นอีกหลายร้อยปก บทความนี้คือแผนที่ทั้งเส้นทาง ที่ผมอยากให้ตัวเองได้อ่านตอนอายุ 19
ทำหนังสือขายเอง (Self-Publishing) คืออะไร
ทำหนังสือขายเองคือการที่คุณเป็นเจ้าของหนังสือทั้งเล่ม ตั้งแต่ไอเดีย ต้นฉบับ การผลิต ราคา ไปจนถึงการขาย โดยไม่ต้องรอให้สำนักพิมพ์ตอบรับ
ข้อดีคือคุณได้ส่วนแบ่งมากกว่า ตัดสินใจเองได้ทุกอย่าง และเงินเข้าเร็ว ข้อเสียคือคุณต้องรับผิดชอบเรื่องการตลาดเองทั้งหมด ซึ่งเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่พลาด
ผมชอบใช้คำว่า นักเขียนไส้แห้ง กับ นักเขียนไส้เปียก นักเขียนไส้แห้งคือคนที่เขียนเป็นแต่ขายไม่เป็น ส่วนนักเขียนไส้เปียกคือคนที่เขียนได้และขายเป็น ของดีแต่การตลาดไม่ถึง ก็ไม่ถึงคน
ทำหนังสือขายเองต่างจากส่งสำนักพิมพ์ยังไง
ต่างกันที่ใครถือความเสี่ยง และใครได้ส่วนแบ่ง ถ้าส่งสำนักพิมพ์ นักเขียนมักได้ค่าลิขสิทธิ์ราว 7–10% ของราคาปก ส่วนร้านหนังสือได้ส่วนแบ่งราว 45% และถ้ายังไม่มีฐานแฟน ก็แทบไม่มีใครรับ
ถ้าทำเองแล้วขายออนไลน์ คุณตัดตัวกลางออก เงินเข้าเร็ว และวางระบบให้ขายอัตโนมัติได้ ผมสรุปไว้ในตารางนี้ (ตัวเลขโดยประมาณ อาจเปลี่ยนตามช่วงเวลา)
| รูปแบบ | ส่วนแบ่งนักเขียน | ความเสี่ยง | เงินเข้า | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| ส่งสำนักพิมพ์ | ราว 7–10% | ต่ำ | ช้า | คนมีชื่อเสียงหรือฐานแฟนแล้ว |
| พิมพ์เองเข้าร้านหนังสือ | หลังหักร้านราว 30–45% | สูง ต้องมีทุน | ช้ามาก อาจหลายเดือน | คนอยากได้ชื่อเสียงและมีทุน |
| ทำเองขายออนไลน์ | เหลือมากที่สุด | คุมได้ ถ้าทดสอบก่อน | เร็ว | มือใหม่ส่วนใหญ่ |
คำแนะนำของผมคือ เริ่มออนไลน์ก่อน แล้วค่อยเอากำไรไปพิมพ์เข้าร้าน ผมเรียกว่าป่าล้อมเมือง อ่านเปรียบเทียบละเอียดได้ที่ ส่งสำนักพิมพ์ vs ทำเอง vs เข้าร้านหนังสือ
ทำหนังสือขายเองเริ่มยังไง 7 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ผมใช้กับทุกเล่ม และใช้สอนในคอร์ส มี 7 ขั้น เรียงตามลำดับที่ห้ามข้าม เพราะทุกเล่มที่เจ๊ง เจ๊งเพราะข้ามขั้นสักขั้น
- เลือกเรื่องที่ตลาดต้องการ ถามตัวเองสามข้อ มีคนจะซื้อไหม มีคนอยากได้ไหม ช่วยใคร
- ล็อกคนอ่านกลุ่มเดียว และปักป้ายว่าอ่านจบแล้วเขาจะไปจาก A ถึง B
- ทดสอบตลาดก่อนเขียน ทำปกและม็อกอัป แล้วดูว่ามีคนทักถามหรือโอนจองไหม
- วางโครงสร้างและเขียนต้นฉบับให้จบ
- ตีต้นทุนครบทุกช่อง แล้วค่อยตั้งราคา
- ผลิต ขอใบเสนอราคาโรงพิมพ์ ตรวจปรู๊ฟ หรือเริ่มจากอีบุ๊ก
- วางระบบขาย เลือกช่องทางหลักช่องเดียว แล้วค่อยขยาย
ด้านล่างผมจะเล่าทีละขั้น ว่าแต่ละขั้นผมเคยพลาดอะไร และแก้ยังไง
ขั้นที่ 1–2 เขียนหนังสืออะไรดี และเขียนให้ใคร
ให้เขียนสิ่งที่ตลาดต้องการ ไม่ใช่สิ่งที่อยากเขียน นี่คือประโยคที่ผมพูดบ่อยที่สุด เพราะของดี ไม่เท่ากับของที่ตลาดต้องการ
ช่องว่างที่ดีไม่ได้อยู่ในตลาดที่ไม่มีคน แต่อยู่ในตลาดที่คนเยอะ แต่คนสอนน้อย ปี 2021 ผมลองชนตลาดสอนยิงแอด Facebook ซึ่งแข่งดุมาก ไม่รอด เลยหันไปทำหนังสือเขียนโพสต์ขายและปิดการขาย ซึ่งเป็นความต้องการข้างเคียงของลูกค้ากลุ่มเดียวกัน ตอนนั้นมีคนทำแค่ 2–3 ราย ผลคือขายต่อเนื่องได้ราว 2 ปี
อย่าเขียนเพื่อทุกคน ถ้าเขียนเพื่อทุกคน จะไม่มีใครรู้สึกว่าเขียนเพื่อเขา ลองดูวิธีคิดละเอียดใน เขียนหนังสืออะไรดี และ หาช่องว่างตลาดหนังสือ
ขั้นที่ 3 ทดสอบตลาดก่อนเขียนจริงทำยังไง
ทำปกก่อน เงินก่อน เขียนทีหลัง คือวิธีที่ช่วยชีวิตผมไว้ ปี 2019 เงินในบัญชีผมเหลือ 600 บาท ผมทำแค่ปกกับม็อกอัปของหนังสือสอนเขียนอีบุ๊ก แล้วยิงแอด 300 บาท วันแรกมีคนทักประมาณ 10 คน โอนจริง 3 คนขึ้นไป วันที่สองอีก 4–5 คน ได้เงินเกือบหมื่นใน 2 วัน
พรีออเดอร์รอบนั้นใช้เวลาประมาณ 45 วัน ผมเขียนจริงแค่ประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะเดดไลน์บังคับให้เขียนเสร็จ รวมแล้วได้รายได้หลักแสน ทั้งที่ความเสี่ยงสูงสุดคือค่าแอด 300 บาท
หลักคือ ถ้ายิงแอดพรีออเดอร์แล้วไม่มีคนทัก ตอนหนังสือพร้อมส่งก็จะไม่มีคนมาเหมือนกัน หยุดตอนนี้เสียแค่เวลาไม่กี่ชั่วโมง หยุดหลังพิมพ์เสียทั้งเงินทั้งหนังสือ ดูวิธีทำทีละขั้นที่ ทดสอบตลาดก่อนพิมพ์
ขั้นที่ 4 เขียนต้นฉบับให้จบได้ยังไง
เขียนให้จบได้ เพราะมีโครงสร้างก่อน หนังสือไม่มีโครงสร้างก็เหมือนบ้านไม่มีเสา ผมใช้เวลาประมาณ 3 วันกับโครงสร้าง แล้วเนื้อหาจะไหลเอง
โครงสร้างที่ผมใช้มี 3 พาร์ต Mindset ให้อยากเริ่ม How to ให้ทำเป็น และ Workshop ให้ได้ลงมือ ในแต่ละบทใช้แม่แบบ 5 ส่วน คือ ปัญหา เรื่องจริง วิธีทำเป็นขั้นตอน ตัวอย่าง และแบบฝึก
กฎที่ผมใช้คือ เขียนให้จบก่อน แล้วค่อยเขียนให้ดี AI ช่วยคิดไอเดีย ตั้งชื่อ และทำภาพได้ แต่เนื้อหาหลักต้องมาจากประสบการณ์ของคุณ เพราะนั่นคือสิ่งที่ไม่มีใครลอกได้ อ่านต่อได้ที่ วางโครงสร้างหนังสือ และ ใช้ AI ช่วยเขียนหนังสือ
ขั้นที่ 5–6 ทำหนังสือใช้ทุนเท่าไหร่ และตั้งราคายังไง
ใช้ทุนได้ตั้งแต่เกือบศูนย์ ถ้าขายก่อนพิมพ์ แล้วเอายอดจองไปจ่ายโรงพิมพ์ ลูกค้าที่จองเล่มแรกคือทุนของเล่มที่สอง
เรื่องราคา บทเรียนแพงที่สุดของผมคือเล่มแรกที่ตั้งราคาก่อนตีต้นทุน ตอนนี้ผมตีต้นทุนเป็น % ของราคาขายครบทุกช่อง ทั้งค่าผลิต ค่าแอด ค่าคอมนายหน้า ค่าส่ง VAT และต้นทุนแฝง ช่วงปี 2021 ผมใช้กฎคร่าวๆ ว่า ราคาขายควรอยู่ราว 10 เท่าของต้นทุนพิมพ์ เช่น ต้นทุนไม่ถึง 50 บาท ขาย 590 บาท
ถ้าจะขายบน TikTok ต้องเผื่อค่าคอมนายหน้าราว 30% และค่าแพลตฟอร์มอีกก้อน ตัวเลขโดยประมาณ อาจเปลี่ยนตามช่วงเวลา รายละเอียดอยู่ใน ตั้งราคาหนังสือ และ ต้นทุนพิมพ์หนังสือ
ขั้นที่ 7 ขายหนังสือช่องทางไหนดี
ทุ่มช่องทางเดียวก่อน แล้วค่อยขยาย Facebook เหมาะกับการขายคุณค่า ตั้งราคาสูงได้ และขายซ้ำด้วยบรอดแคสต์ TikTok เหมาะกับการขายจำนวนมาก ราคาเข้าถึงง่าย และมีนายหน้าช่วยขาย
เล่มที่เปลี่ยนชีวิตผมคือ คู่มือทำนายหน้า TikTok ด้วย Ai ขึ้นขายเดือนตุลาคม 2024 ผมพิมพ์ 3,000 เล่ม แต่ 8 เดือนแรกขายไม่ถึง 3,000 เล่ม มีหนี้ เกือบถอดใจ เดือนที่ 9 ผมทำคลิปละครให้ตัวละครไอน์สไตน์มาเล่าเรื่องหนังสือ คลิปไปหลักล้านวิว สต็อกที่เหลือประมาณ 500 เล่มหมดใน 24 ชั่วโมง จากนั้นยอดรวมบน TikTok ขึ้นไปประมาณ 150,000 เล่ม
บทเรียนคือ หนังสือไม่ได้แย่ แค่ยังไม่เจอคลิปที่ใช่ และ TikTok ไม่ใช่การอัดเงินแล้วยอดขึ้นทันที นายหน้าต้องใช้เวลา ดูแผนละเอียดที่ ขายหนังสือบน TikTok และ ขายหนังสือบน Facebook
ทำหนังสือขายเองกำไรจริงไหม
ทำได้จริง แต่ยอดขายไม่เท่ากับกำไร หลังหักค่าธรรมเนียม ภาษี ค่าคลังสินค้า ค่าพิมพ์ ค่าแอด และค่าคอม เงินที่เหลือจริงน้อยกว่าที่คนข้างนอกเห็นมาก
แต่ถ้าวางระบบถูก หนังสือจะกลายเป็นรายได้ที่ขายต่อได้นาน สำหรับผม มันช่วยปลดหนี้ที่เคยมีจนหมด ผมพูดได้แค่ประสบการณ์ของผม ไม่ได้รับประกันว่าใครจะได้ผลแบบเดียวกัน เพราะขึ้นกับตลาด หัวข้อ และการลงมือของแต่ละคน อ่านเพิ่มที่ ยอดขายหนังสือไม่เท่ากำไร
คำถามที่พบบ่อย
ทำหนังสือขายเองต้องมีชื่อเสียงไหม
ไม่จำเป็นครับ ผมเริ่มแบบไม่มีชื่อเสียง และหลบหลังนามปากกามาตลอด ให้หนังสือขายด้วยตัวเอง สิ่งที่สำคัญกว่าคือหัวข้อที่ตลาดต้องการและการวางระบบขาย
ทำหนังสือขายเองต้องใช้เงินเท่าไหร่
เริ่มได้ด้วยเงินน้อยมาก ถ้าทดสอบด้วยปกและม็อกอัปแล้วเปิดพรีออเดอร์ ผมเคยเริ่มด้วยค่าแอด 300 บาท หรือเริ่มจากอีบุ๊กที่แทบไม่มีต้นทุนผลิต
ใช้เวลาทำหนังสือ 1 เล่มนานแค่ไหน
ขึ้นกับวัตถุดิบที่มี ถ้าโครงสร้างชัด เขียนจริงอาจใช้แค่ประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนการพิมพ์มักใช้ราว 7–10 วัน แต่ควรเผื่อเวลาทดสอบตลาดก่อนเสมอ
ควรเริ่มจากอีบุ๊กหรือหนังสือเล่ม
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าตลาดต้องการ ให้เริ่มจากอีบุ๊กหรือพรีออเดอร์ก่อน ผมใช้อายุคนอ่านประมาณ 30 ปีเป็นเส้นแบ่งคร่าวๆ คนอายุมากกว่ามักชอบหนังสือเล่ม
ไม่มีเวลาเขียนเองทำได้ไหม
ทำได้ โดยใช้ Ghostwriter หรือเรียบเรียงจากคอร์ส สไลด์ หรือการสัมภาษณ์ แต่จุดขายและการตลาดต้องคิดเองตั้งแต่ก่อนเขียน
ถ้าคุณอยากเริ่มวันนี้ ให้เปิดกระดาษหนึ่งแผ่น เขียนประสบการณ์ที่เคยช่วยคนอื่นได้ 10 เรื่อง แล้ววงเรื่องที่คนถามคุณบ่อยที่สุด นั่นคือเล่มแรกของคุณ
เล่มแรกของผมขายได้ 3 เล่ม ถ้าผมหยุดตรงนั้น จะไม่มี 200,000 เล่มในวันนี้ แล้วค่อยใช้ 7 ขั้นข้างบนพามันไปถึงมือคนอ่าน
ตัวเลขยอดขายเป็นประสบการณ์ของผู้สอนตามช่วงเวลาที่ระบุ ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์หรือรายได้ของผู้เรียน ผลลัพธ์ขึ้นกับตลาด หัวข้อ และการลงมือของแต่ละคน




